วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2552

vocaloi คืออะไร?

Vocaloid[โวคัลลอยด์]

โปรแกรม Vocaloid เป็น Virtual Vocalist ซึ่งเป็น Singing Synthesis Technology ...
เพียงเราใส่โน๊ตเข้าไป (ผ่าน format MIDI) แล้วใส่เนื้อร้องเข้าไป เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งตัวโปรแกรมมันจะไปแปลงเป็น phoneme ให้เรา
(Phoneme คือ หน่วยเสียงที่ย่อยที่สุดในการออกเสียงที่ใช้แยกความแตกต่างของการออกเสียงแต่ละคำ) ...
เท่านี้เองโปรแกรมก็สามารถร้องออกมาเป็นเพลงให้เราฟังได้แล้ว (สามารถ export ออกมาเป็น wave format ได้)

โปรแกรม Vocaloid ตัวนี้ผลิตโดยบริษัท Zero G (ของอังกฤษ) Crypton (ของญี่ปุ่น)โดยใช้ engine
ที่พัฒนาโดยบริษัท Yamaha เสียงร้องได้มาจากการ sampling เสียงร้อง
ของคนจริงๆ (ตัดเป็น sample ชิ้นเล็กๆ สำหรับแต่ละ phoneme แล้ว
engine จะประกอบกลับมาเป็นคำที่ร้องออกมา ตาม phoneme ที่เราใส่ในเนื้อร้อง)

ซึ่งมีรุ่นที่ออกมาดังนี้

Vocaloid รุ่น 1 หรือที่เรียกกันว่าของตกรุ่น555
ภาษาอังกฤษชัด แต่ญี่ปุ่นไม่ค่อยชัดเท่าไร (3 อันแรกไม่มี Mascot นะ)

Leon - ลีออน



Lola - ลอร่า




Miriam - มิเรียม



Kaito - ไคโตะ



Meiko - เมย์โกะ




Vocaloid รุ่น 2
ญี่ปุ่นชัด แต่อังกฤษไม่ค่อยชัด

Hatsune Miku - ฮัตสึเนะ มิกุ




Kagamine Rin / Len - คากามิเนะ ริน / เร็น



Gackpoid - กั๊กปอย



Akita Neru - อะคิตะ เนรุ



ข้อมูล
- เนรุจังเป็น 1 ใน 2 คาร์แรคเตอร์ที่แยกตัวออกมาจาก Hatsune Miku ที่ดังมากๆเพราะความน่ารัก
( อีกคนที่ดังมากๆก็ Yowane Haku สาวเฟลชีวิต )

Akita Neru ตัวคันจิชื่อของเธอจริงๆมันไม่มีความหมาย แต่ค่อนข้างมั่นใจว่า
ชื่อของเธอเล่นเป็นคำพ้องกับประโยคที่ว่า Akita Neru ( ตูเบื่อละ ไปนอนดีกว่า )
ซึ่งมาจากอาการของโปรดิวเซอร์ที่หมดไฟกลางคันระหว่างแต่งเพลงที่เกิดขึ้นกับ หลายต่อหลายคนแน่ๆ ....
เนรุจึงเป็นตัวละครที่มีนิสัยออกแนวๆสาวซึนขี้เบื่อ ร้องเพลงอยู่ดีๆถ้าหมดอารมณ์ขึ้นมาก็จะคว้ามือถือมาเล่นมาโทรคุยเอาดื้อๆ

จากความน่ารักซึนเดเระ(ปากไม่ตรงกับใจ)สุดยอด
เนรุจึงได้รับความนิยมอย่างล้นหลามที่ญี่ปุ่น =w=
( แต่เสียงเพลงที่เธอร้องก็เสียงแบบมิกุอะนะ.. )


Yowane Haku - โยวาเนะ ฮาคุ



ข้อมูล
- เป็นตัวละครที่แตกหน่อออกมาจาก Hatsune Miku ซึ่งนับเป็นตัวละครแตกหน่อที่ดังมากตัวนึงทีเดียว

ชื่อ Yowane Haku ของเธอคนนี้ ถ้าจะแปลออกมาแล้ว ก็จะได้ Yowa = weak / Ne = เสียง / Haku = สำรอก .....
เพลงที่ขึ้นเป็นชื่อของเจ๊ฮาคุร้อง จะออกมาเป็นเสียงของมิกุที่ฟังแล้วไร้อารมณ์มาก เสียงตายๆ น่าเบื่อๆ
( เป็นผลที่เกิดขึ้นจากการที่เหล่าโปรดิวเซอร์มือใหม่ทั้งหลายยังไม่ชำนาญ โปรแกรม เลยแต่งออกมาได้เสียงแบบนี้ )
เจ๊ฮาคุจึงมีคาร์แรคเตอร์เป็นมนุษย์เฟลชีวิต ทำอะไรก็ไม่ได้เรื่อง กินเหล้านั่งเฟลร้องไห้เมาค้างอยู่ในมุมมืดไปวันๆ ....
นอกจากนี้ เจ๊ฮาคุ มีชื่อเล่นว่า Tsumannee ( กล้อมแกล้มแปลไปได้ว่า เจ๊ห่วย ) จริงๆคือเพลงที่เจ๊เค้าร้อง มันชวนหลับจริงๆ
เวลาคนเค้าฟังกันก็เลยจะคอมเมนท์กันว่า Tsumaranai ( น่าเบื่อ )
ซึ่งภาษาพูดจะเพี้ยนเป็น Tsumannai หรือ Tsumannee
โดยเสียง nee มันพ้องกับคำว่า พี่สาว คนเค้าก็เลยใช้เป็นชื่อเล่นให้เจ๊ไป

ส่วนคนที่อยากรู้ว่าตัวที่แตกหน่ออกมามีเยอะขนาดไหนก็เชิญดูเอาเอง

ส่วนชื่อนั้นก็ดูได้จากนี่เลยเรียงจากซ้ายไปขวา



แถวที่ 1
คนแรกไม่ปรากฎชื่อ
耗谷メテ Mouya Mete
初音ズミ Hatsune Zumi
ミクオ Mikuo (มิคุผู้ชาย)
はちゅねミク Hachune Miku
弱音ハク Yowane Haku

亞北ネル Akita Neru
雑音ミク Zatsune Miku
闇音アク Yamine Aku
鋼音ミク Hagane Miku

แถวที่ 2
甘音クミ Amane Kumi
愛音カイ Ainone Kai
愛音カナAinone Kana
子守音ノンKomorine Non
子守音レム Komorine Remu
乙音ペケOtone Peke
鈴音フク Suzune Fuku
電音ドピ Denne(?) Dopi
呪音キク Juon Kiku
隣音サイ Tonarine Sai
華音ミル Hanane Miru

แถวที่ 3
KAIKO (ไคโตะผู้หญิง)
MaKAITO
HAITO
帯人 TAITO
ミドリト MIDORITO
キカイ KIKAITO
アカイト AKAITO
灰音レン Haine Ren
MEITO
声子 SEIKO
茶音ヨク Saon Yoku

แถวที่ 4
病音ヤミ Yamune Yami
葉音アカリ Youne Akari
天音ミル Amane(?) Miru
迷子 Maiko
モカイト MoKAITO
亞乃音ム Anone Muri
呪音イコ Juon Iko
風見音レツ Kazamine Retsu
風見音セン Kazamine Sen
月音シン Tsukine Shin
遠音リク Toone Riku

ส่วนแถวล่างสุดเป็นตัวต้นแบบที่มีอยู่จริงทั้งหมด
MEIKO
KAITO
Kagamine Len
Kagamine Rin
Hatsune Miku

แต่ไม่ว่ายังไงมาสคอสจะน่ารักหรือไม่ข้าน้อยก็คิดว่าโปรแกรมนี้เหมาะสำหรับนักแต่งเพลงมือสมัครเล่นที่ไม่มีนักร้องช่วยร้องทีเดียว

ถ้ามีภาษาไทยก็ดีสิหนอ

แต่มันไม่มีนี่สิ~

555

อย่างน้อยก็ใช้กับภาษาอังกฤษได้แหละน่า~

Credit : [V]am_[P]ire บอร์ด INI3

วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

soundless voice (kagami len)

วันนี้เอาเพลงมาลงอีกแล้วคราวนี้เป็น vocalloid ขอรับ55

เพลงนี้ร้องโดย kagami len หนึ่งในคู่แฝดkagamiขอรับ~

2คนนี้เป็นคู่ที่ข้าน้อยชอบที่สุดใน vocaloid เลย พอๆกับ มิคุจังกับไคโตะ

ไปฟังดูนะคาฟฟฟ

soundless voice (kagami len)






静寂が 街を包む夜に
降り注ぐ 白
かざした手のひらに
触れた 瞬間に 解けてく
儚い ヒトカケラ


オトもなく 積もる
ヒカリを 集めて
君は 笑う
今 どんな オト? 
答えたって 君は
もう何も
キコエナイ


苦シイって言ってくれよ
寂シイって言ってくれよ
迎えに行く どんな処へも…

逝かないでよ 何所へも
置いてかないで…
僕らずっと 
二人で一つだろう…?


降り積もる 雪とともに
消えてゆく 君を
抱きしめることしかできないよ

叶うなら もう一度だけ
君の声が 聴きたい
ただ一度 もう一度だけ 
ヨンデヨ…

虚ろって 彷徨う瞳に
映った ヒトシズク

灰色のセカイ 
止まったまま
雪だけがそっと
降り注ぐ


冷たくなっていくよ
戻らない そのコエ
解け合う事も 許されない
俺のコエを聴いてよ 
また笑ってよ…
涙さえ 枯れ果て
君のこと
トカセナイ…

叶うなら この声
全て 奪い去って
愛しい人へと与えてください

君ガイナイセカイに ただ独り
残されるのなら 
このまま…
一緒に…
朽チテイクヨ

アイシテイル ただ それさえ
言えないまま
永久に
閉ざされてゆく
君とのセカイ

叫んでも 届かないよ
君のコエはもういない
あああああああああああああああああ 

降り積もる 雪よ
どうか 降り続けてずっと
このまま 全て奪い去ってよ

儚い コエのイノチごと
掻き消して
スベテ

白く…


---------------------------------------------------

Romanji


soundless voice


Seijaku ga machi wo tsutsumu yoru ni
Furisosogu shiro
kazashi ta te no hira ni
Fureta shukanni toketeku
Hanakanai hitokakera

Oto mo naku tsumoru
Hikari wo atsumete
Kimi wa warau
Ima donna oto?
Kotaetatte kimiwa
Mou nanimo
Kikoenai

Kurushiitte ittekureyo
Sabishiitte ittekureyo
Mukae ni iku donna tokoro e mo...

Ikanaide yo doko e mo
Oitekanai de...
Bokura zutto
Futari de hitotsu darou...?

Furitsumoru yuki totomoni
Kiete yuku kimi wo
dakishimeru koto shika deki nai yo
Kanau nara mouu ichido dake
Kimi no koe ga kiki tai
(tada ichido mou ichido dake)
Yonde yo...

Utsurotte samayou hitomi ni
Utsutta hitoshizuku

Haiiro no sekai
Tomattetamama
Yuki dake ga sotto
Furisosogu

Tsumeta natte iku yo
Modora nai sono koe
Tokeau koto mo yurusare nai
Ore no koe wo kiite yo
Mata waratte yo...
Namida sae ware hate
Kimi no koto
Tokasenai...

Kanau nara kono koe
Subete ubai satte
Itoshiihito e to atae te kudasai

Kimi ga inai sakai ni tada hitori
Nokosareru no nara
(konomama...
issho ni...)
Kyuuchiteiku yo

Aishiteiru tada sore sae
Ie nai mama
Towa ni
Tozasarete yuku
Kimi to no sekai

Sakenbunde mo Todoka nai yo
Kimi no koe wa mou inai
aaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaa

Furitsumoru yuki yo
Douka kouri tsusukete zutto
Konomama subete ubai satte yo
Hakanai koe no inochi goto
Kaki ke shite
Subete
Shiroku...


---------------------------------------------------


แปล


เมืองที่เงียบสงัด
สีขาวสะอาดที่โปรยปรายลงมา
มือที่โอบอุ้มเธออยู่
สัมผัสนั้นเวลานี้ได้เสียมันไปแล้ว
เศษเสี้ยวของมนุษย์ที่ไร้ค่า

เสียงที่ไม่อาจเอ่ยออกมาได้สั่งสมมากขึ้น
แสงสว่างที่รวมตัวกัน
เธอนั้นหัวเราะ
แต่ตอนนี้เสียงจะเป็นแบบไหนนะ?
ไม่มีอีกแล้ว
ไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น

ได้โปรดบอกชั้นทีเถอะว่าเจ็บ
ได้โปรดบอกชั้นทีเถอะว่าเหงา
ถ้าฉันอยากไปหาเธอ เธอจะไปอยู่ที่ไหนกันนะ...

ได้โปรดอย่าพึ่งตายอย่าจากฉันไปไหนเลย
ได้โปรดอย่าทิ้งฉันไปไหนเลย
ตลอดเวลาพวกเราน่ะ
เราสองคนเป็นหนึ่งเดียวกันเสมอไม่ใช่หรอ...?

หิมะที่ทับถมจนหนา
จนเธอหายไป
ไม่มีอีกแล้วที่ฉันจะได้โอบกอดเธอ
ถ้าฉันอธิษฐานให้เป็นจริงได้ ได้โปรดเถิดขอย้อนเวลาไปอีกครั้ง
แค่เสียงของเธอที่ฉันอยากได้ยิน
เพียงครั้งเดียว แค่เพียงหนเดียว
ได้โปรดเรียกฉันที...

ดวงตาที่เลื่อนลอยอันว่างเปล่า
สะท้อนเห็นหยดน้ำที่ไหลรินเพียงหยดเดียว

โลกสีเทาใบนี้
หยุดหมุนลง
มีเพียงหิมะ
ที่ยังโปรยปราย

หนาวเหลือเกิน
แต่เสียงนั้นก็ไม่อาจจะเอื้อนเอ่ยออกมาได้อีกแล้ว
เหมือนโดนห้ามไม่ให้พูดออกมา
ได้โปรดฟังเสียงของฉันเถิด
จะได้หัวเราะออกมาได้อีก
ถึงแม้น้ำตาจะไหลรินเพราะสุดท้ายเธอก็ต้องจากฉันไป
สิ่งที่อยากจะบอกเธอ
ได้โปรดอย่าหลับไหลไปเลย

ถ้าอธิษฐานได้ในตอนนี้ ขอเพียงเสียงนี้
จะเอาทุกสิ่งทุกอย่างไปจากฉันให้หมดก็ได้
ขอเพียงแค่ส่งถึงเธอผู้เป็นที่รักด้วยเถิด
โลกที่ไม่มีเธออยู่ก็เหมือนมีฉันเพียงลำพัง
ถ้าเป็นเช่นจริง
ถ้าอย่างนั้น...
พวกเราก็...
ตายด้วยกันเถอะ

แค่เพียงบอกว่า ฉันรักเธอ
ก็ไม่สามารถเอ่ยออกมาได้
ตลอดไป
มันถูกปิดกั้น
ที่โลกใบนี้กับเธอ
ถึงจะตะโกนออกไปก็ไม่อาจถึง
เพราะไม่มีเสียงของเธออีกต่อไปแล้ว
อาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

หิมะที่ทับถมจนหนา
ก็ยังคงโปรยปรายไม่มีหยุด
ถึงตอนนี้จะทิ้งทุกอย่างไปหมด
เสียงของชีวิตที่ไร้ค่า
ที่เสียมันไป
ทั้งหมดนั้น
เป็นสีขาวที่ยังโปรยปราย


---------------------------------------------------

เครดิต :: ★ビクシャス★CruximissA★

วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

แปลเพลง papercut [ linkinpark ]

แค่ลองแปลๆดูขอรับดีไม่ดีก็บอกด้วยนะขอรับ



Papercut

Papercut : Linkin Park

Why does it feel like night today?

ทำไมวันนี้โลกนี้มันถึงได้ดูมืดมนแบบนี้วะ
Something in here's not right today.

มันต้องมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับฉันแน่ๆ

Why am I so uptight today?

ทำไมมันเครียดแบบนี้วะ

Paranoia's all I got left

ทุกอย่างดูน่าหวาดระแวงไปซะหมด

I don't know what stressed me first

ฉันไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้เครียดแบบนี้

Or how the pressure was fed

ไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่กดดัน

But I know just what it feels like

ตอนนี้รู้ก็แค่ความรู้สึกนี้ของตัวเอง

To have a voice in the back of my head

รู้ถึงแต่เสียงที่ก้องอยู่ในหัวของฉัน

It's like a face that I hold inside

เหมือนมีอีกร่างในตัวของฉัน

A face that awakes when I close my eyes

อีกร่างที่จะปรากฏขึ้นเมื่อฉันหลับลง

A face watches every time I lie

อีกร่างที่คอยจ้องจับผิดฉัน

A face that laughs every time I fall

อีกร่างที่คอยหัวเราะเหยียดหยามยามฉันล้มลง

(And watches everything)

(และคอยจับตาดูฉันอยู่ทุกๆเวลา)

So I know that when it's time to sink or swim

ฉันรู้แล้วล่ะว่าจะปล่อยให้ตัวเองจมลงหรือจะฝืนว่ายต่อเพื่อความอยู่รอด

That the face inside is hearing me

มีอีกร่างหนึ่งที่คอยฟังฉันอยู่

Right underneath my skin


ภายใต้ผิวหนังของฉันนี่เอง


It's like I'm paranoid lookin' over my back

เหมือนมีคนจับจ้องอยู่เบื้องหลัง

It's like a whirlwind inside of my head

เหมือนพายุโหมกระหน่ำพัดอยู่ในหัว

It's like I can't stop what I'm hearing within

หยุดเสียงที่อื้ออึงอยู่ในหัวไม่ได้

It's like the face inside is right beneath my skin

มันเหมือนกับมีใครอีกคนอยู่ในตัวของฉัน


I know I've got a face in me

ฉันรู้ว่ามีใครอีกร่างอยู่ในตัวของฉัน

Points out all my mistakes to me

อีกร่างที่คอยตอกย้ำทุกความผิดพลาด



You've got a face on the inside too and

พวกแกก็ต้องมีมันอยู่เหมือนกันนั่นล่ะ และ

Your paranoia's probably worse

พวกแกต้องเป็นหนักกว่าฉันแน่ๆ

I don't know what set me off first but I know what I can't stand

ฉันไม่รู้ว่าอะไรทำให้ฉันเป็นอย่างนี้แต่ฉันรู้ว่าอะไรที่ฉันทนไม่ได้

Everybody acts like the fact of the matter is
I can't add up to what you can but

ฉันสุดจะทนไม่ได้ที่ต้องถูกเหมารวมเป็นพวกเดียวกับพวกแก!!แต่..


Everybody has a face that they hold inside

ทุกๆคนก็เหมือนกันหมดนั่นแหละวะ มีอีกร่างซ่อนอยู่

A face that awakes when I close my eyes

ร่างที่จะปรากฏขึ้นทุกครั้งที่หลับตา

A face watches every time they lie

อีกร่างที่คอยจับจ้องยามโกหก

A face that laughs every time they fall

อีกร่างที่จะคอยหัวเราะเยาะเย้ยเมื่อผิดพลาด



(And watches everything)

(และคอยจับตาดูทุกการกระทำ)

So you know that when it's time to sink or swim

พวกแกก็รู้ใช่ไหมล่ะ ว่าเวลานี้ควรจะปล่อยให้ตัวเองจมลงหรือตะเกียกตะกายว่ายไปเพื่อความอยู่รอด

That the face inside is watching you too

อีกร่างคอยจับจ้องแกอยู่ในตัวแก

Right inside your skin

ภายใต้ผิวหนังของพวกแกนั่นแหละ!!


Chorus


The face inside is right beneath your skin (3x)
มีอีกร่างหนึ่งซ่อนอยู่ภายในตัวพวกแก ภายในตัวพวกแกนั่นแหละ ภายในตัวพวกแก

The sun goes down

ดวงอาทิตย์กำลังจะดับลง

I feel the light betray me (Repeat until end)
ฉันรู้สึกได้..แม้แต่แสงตะวันก็กำลังจะทรยศฉัน..


Chorus (Repeat until end)

เบื้องหลังนิทาน..(เวอร์ชั่นชวนจิตตก)

คุณเคยดูวอล์ทดิสนีย์ไหม

ตัวเราเองเชื่อทีเดียวว่ามีน้อยคนนักที่เคยดูวอล์ทดิสนีย์

แล้วจะไม่ได้ดูเรื่องนี้

The little mermaid หรือเจ้าหญิงเงือกนั่นเอง

เจ้าหญิงน้อยที่หลงรักเจ้าชายยอมแลกเสียงกับแม่มดใจร้ายเพื่อให้ได้มาซึ่งขา

เพื่อให้เป็นเหมือนผู้ที่ตนรัก

สุดท้ายก็ได้อยู่ด้วยกันกับเจ้าชายอย่างมีความสุข

นั่นคือเรื่องที่เขาคุ้นเคยกันดีจากการได้ดูวอล์ทดิสนีย์แต่...เรื่องจริงจะเป็นเช่นนั้นหรือ

ชีวิตคนเรามันจะง่ายขนาดนั้นเชียว

ไม่มีทางหรอก

เพราะต้นตำรับของเจ้าหญิงเงือกที่แท้จริงนั้น..ไร้ซึ่งความสมหวังโดยสิ้นเชิง

ต้นตำรับเรื่องเจ้าหญิงเงือกที่แต่งโดยแอนเดอร์สันนั้น

ไม่ได้มีความสุขสวยงามถึงเพียงนั้น เจ้าหญิงเงือกไม่ได้ลงเอยกับเจ้าชาย

และ เจ้าชายก็ไม่มีวันรู้ถึงหญิงสาวที่แท้จริงที่ได้ช่วยเขาหรอก

ต้นตำรับที่แท้จริงเจ้าหญิงเงือกนั้นได้ทิ้งตัวลงไปในท้องทะเลจมหายกลายเป็นฟองคลื่นไป

พร้อมกับความลับเรื่องผู้ช่วยชีวิตที่แท้จริงไปต่างหากเล่า


แล้วเคยดูเรื่องนี้ไหมล่ะ?

สโนว์ไวท์ = =

ถามหน่อยเถอะ...

นิทานเรื่องนี้แน่ใจหรือ..ว่ามันดี

นิทาน..ที่มีผู้หญิงสองคน..มีผู้ชาย9คน..ทุกคน..เข้าข้างนางเอกหมด = =

ตั้งแต่นายพรานที่ไม่ใช่แค่ไฆ่แต่ช่วยพาหนี คนแคระทั้งเจ็ดไม่ใช่แค่ให้ที่พักแต่ยังทั้งรักและจงรักภักดี

แล้วก็สุดท้ายเจ้าชายรูปงาม ตัวละครหญิงอีกคนใมแค่ตัวเดียวแต่..โครตจะได้บทเลว = =

ความยุติธรรมอยู่ไหนหว่า?

จริงอยู่ที่ในนิทานคุณแม่มดแกออกจะดูเลวๆแต่ใครจะไปรู้ล่ะคนเราไม่ได้เลวมาตั้งแต่เกิดซักหน่อย

เขาอาจจะมีความจำเป็นก็ได้นา = =

เรื่องต่อไป...ว่าเรื่องืที่แล้วไม่ยุติธรรมแล้วเรื่องนี้ยิ่งหนักข้อ

เคยอ่าน..หรือดูเรื่องนี้ไหม

เเจ๊คผู้ฆ่ายักษ์ ฟังชื่อเรื่องแล้วรู้สึกยังไง..เฉยๆใช่ไหมล่ะ

แล้ว

ถ้าเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น

ลูกผู้ฆ่าแม่ล่ะ

มันก็จะกลายเป็นหนังสยองไปทันทีน่ะสิ = =

ทั้งๆที่มันก็ฆ่าเหมือนกันแท้ๆ แต่ไงความรู้สึกถึงต่างกันล่ะ

เพียงเพราะที่ถูกฆ่าเป็นยักษ์เรอะ ไม่เอาน่า ไม่คิดเหรอว่ามันไม่ยุติธรรม

เจ้ายักษ์น่ะในเรื่องมันไม่ด้ทำอะไรเลยนะ แค่นอนอุตุเกือบทั้งเรื่อง

ไอ้แจ๊คมันมาจากไหนวะ ไม่แค่ปล้นเขาเฉยๆนะ

ฆ่าเจ้าของบ้านอีกต่างหาก

แล้วดันได้เป้นอีโร่เพราะฆ่ายักษ์สำเร็จอีกต่างหาก ประสาทชัดๆ

ถึงในบางตำราจะบอกว่ายักษNตัวนีร้มันไปปลนเพื่อนมาเหมือนกันก็เถอะนะ แจต่ถ้าเป็นงั้นก็แสดงว่ามันเลวทั้งคู่นั่นล่ะ

แต่ไหงแจ็คมันดันได้รับการยกย่องฟะ = =

สรุปก็คือ เอามันไปโยนทิ้งกองไฟเหอะ ไอ้นิทานเรื่องนี้น่ะอย่าเอาไปเล่าให้เด็กฟังเลย มันไม่ดี

พูดถึงเรื่องฆ่าๆฆ่าแม่ฆ่าลูก..ก็ต้องเรื่องนี้ Juniper Tree

ไม่มีภาคภาษาไทยให้อ่านมีแต่ปะกิด

มีหลายเวอร์ชั่นอยู่แต่ที่ได้อ่านเป็นของเวอร์ชั่นพี่น้องโรคจิตกริมส์(ขอเรียกเหอะ)

เรื่องก็คือมีครอบครัวหนึ่ง ซึ่งประกอบไปด้วย พ่อ แม่เลี้ยงสาวสวย ลูกชาย ลูกสาว


คนพ่อเป็นช่างทำทอง หรือไม่ก็ช่างตัดไม้ แต่ครอบครัวนี้ยากจนมาก


ในวันหนึ่งแม่เลี้ยงใจร้าย ก็ฆ่าตัดคอลูกชายแล้วเอาร่างกายมาทำเป็นอาหารให้สามีกิน

คนเป็นพ่อก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับเขาเล๋ยยยย

คนเป็นน้องสาวก็รู้เรื่อง แต่ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ร้องไห้แล้วเก็บเอากระดูกของพี่ชายฝังใต้ต้นไม้


ลูกชาย...ได้กลายเป็นนก พร่ำร้องเพลงไปมาว่า



My mother, she killed me,
My father, he ate me,
My sister Marlene,
Gathered all my bones,
Tied them in a silken scarf,
Laid them beneath the juniper tree,
Tweet, tweet, what a beautiful bird am I.





หรือ



My mother killed me,
My father ate me,
My sister gathered up my bones,
She wrapped them in clean white linen,
She placed them in a hollow tree,
And now, behold, I'm a young crow.




ซึ่งลูกชายที่กลายเป็นนกก็ร่วมกับน้องสาวออกอุบายฆ่าแม่เลี้ยงในภายหลัง..แหม..เรื่องนี้สิถูกใจ

ไอ้เรื่องราวแบบดาวพระศุกร์หรือซินเดอเรล่าน่ะมันไม่เวิร์กหรอก~(เมื่อกี๋แกเพิ่งบอกไปว่าเรื่องแนวฆ่ากันมันไม่ดีไม่ใช่เรอะ)

นี่สินิทานต้นตำรับ..

นี่สิชีวิตจริง...

เจริญจริงเยาวชนโลก

รู้สึกขอบคุณวอลท์ดิสนีย์จับใจ

ขอบคุณที่สร้างความฝันในวัยเยาว์

ของคุณที่สร้างความทรงจำอันสดใส

ขอบคุณคุณอีสป กริมส์บราเธอร์ส และมิสเตอร์แอนเดอร์สัน

ที่ทำให้รู้ถึงคตวามจริงเบื้องหลังอันน่าจิตตก..

เอาเถอะ

ฟังเพลงคลายเครียดก่อนแล้วค่อยไปละกันครับ= =

บายทุกท่าน